Copyright 2019 - สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ประวัติสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

  

     สมาคมโรคเบาหวานในต่างประเทศส่วนมากจัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของแพทย์ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานหรือองค์กรสงเคราะห์ประชาชนร่วมมือกับรัฐบาล แต่ในการจัดตั้งสมาคมโรคเบาหวานของประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นจากผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับแพทย์ เป็นสัญลักษณ์หนึ่งของความสัมพันธ์อันดีระหว่างแพทย์และผู้ป่วย

     ความคิดเริ่มต้นมาจากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยฯ ได้จัดงาน"สัปดาห์แห่งโรคเบาหวาน" เป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 15 - 21 มีนาคม พ.ศ.2508 เลขาธิการแพทยสมาคมฯ ในขณะนั้นคือ นพ.สนอง อูนากูล ได้ให้ความเห็นแนะนำในที่ประชุมว่า “ประเทศไทยควรมีสมาคมโรคเบาหวานเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากประเทศอื่นๆ มีการจัดตั้งสมาคมกันมานานแล้ว” จนเมื่อวันพุธที่ 4 มิถุนายน พ.ศ.2508 คณะกรรมการแพทยสมาคมฯได้พิจารณาเรื่องนี้แล้วมีมติเห็นชอบ จึงดำเนินการยื่นจดทะเบียนที่กองสันติบาล และได้รับการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย”เมื่อวันที่ 26 ธันวาคมพ.ศ. 2509  นายกสมาคมคนแรกคือ นายเกษม ศุขโรจน์ ได้รับการเลือกตั้งโดยสมาชิกในวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2510 และได้มีมติให้ถือเอา วันที่ 7 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันเกิดของสมาคม เพื่อเป็นที่ระลึกถึงวันแห่งประวัติศาสตร์ ที่ได้มีการริเริ่มก่อตั้งสมาคมขึ้น โดยมิได้นัดหมายกันมาก่อน

 

นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทย  อดีตจนถึงปัจจุบัน   

1.      นายเกษม     ศุขโรจน์                             พ.ศ. 2508 – 2509

2.      ศ.นพ. สุนทร ตัณฑนันทน์                         พ.ศ. 2510 – 2511

3.      นายอรุณ      แสงสว่างวัฒนะ                    พ.ศ. 2512 – 2519

4.      ศ.นพ.สนอง  อูนากูล                               พ.ศ. 2520 – 2527

5.      ศ.เกียรติคุณ นพ. สุนทร ตัณฑนันทน์            พ.ศ. 2528 – 2548 / พ.ศ. 2549 - 2553

6.      ศ.เกียรติคุณ พญ.ชนิกา ตู้จินดา                  พ.ศ. 2554

7.      ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์              พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน

 

ผลการดำเนินงานในระยะแรก

     วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยในระยะแรกได้แก่ รวบรวมผู้ที่สนใจเรื่องโรคเบาหวานเข้าใจกันเป็นกลุ่มก้อน แลกเปลี่ยนความรู้และปรึกษาหารือกันในปัญหาต่าง ๆ ของโรคเบาหวานจากแพทย์และสมาชิกด้วยกัน เป็นศูนย์กลางรับจัดรวบรวมบทความที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโรคเบาหวาน ทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ ช่วยเหลือแนะนำและให้ความรู้หรือคำบรรยาย แก่ประชาชนในเรื่องโรคเบาหวาน รวมทั้งช่วยส่งเสริมและวิเคราะห์ วิจัย ค้นคว้าเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่อาจช่วยตัวเองได้ตามสมควร

     สมาคมฯ ได้พยายามดำเนินการตามวัตถุประสงค์โดยเผยแพร่ความรู้ทางหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ มีการจัดประชุมและแจกจ่ายวารสารโรคเบาหวานให้แก่สมาชิก ผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจดังจะเห็นว่า มีแพทย์ท่านหนึ่งได้ปรารภ เมื่อปีพ.ศ. 2513 ว่า พ่อตาของท่านซึ่งเป็นผู้พิพากษาและเป็นเบาหวาน มีความรู้ดีในเรื่องเบาหวานยิ่งกว่าตัวท่านเองเสียอีก เพราะได้อ่านวารสารเบาหวานเป็นประจำ ได้ฟังการบรรยายทุกครั้งทำให้ได้มีโอกาสซักถามแพทย์มากขึ้น ผู้บัญชาการเรือนจำท่านหนึ่งก็ได้บอกว่า ท่านรอดตายจากการอ่านวารสารเบาหวานแท้ๆ เพราะวันหนึ่งท่านเกิดรู้สึกหิว มือสั่น และมุมปากกระตุก โดยที่ท่านทราบว่าเป็นอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ท่านจึงรีบกินน้ำตาลทันที ทำให้รอดพ้นจากการหมดสติไปได้ และภรรยาของนายพันเอกท่านหนึ่งเล่าว่า สามีของท่านก็รอดตายจากอุบัติเหตุ โดยที่เกิดอาการของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำขณะขับรถ จึงรีบจอดรถข้างทางเสียทันที ก่อนที่ท่านจะหมดสติไป ฯลฯ

     นอกจากนี้สมาคมฯยังได้ร่วมกับแพทยสมาคมและสถาบันอื่นๆ อีก 8 สถาบัน ทำการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ เพราะเห็นว่า บุหรี่ก็คือยาพิษดีๆ นี่เอง ที่แฝงเข้ามาคอยทำลายสุขภาพของประชาชนโดยไม่รู้สึกตัว นอกจากบุหรี่จะเป็นตัวการสำคัญทำให้เกิดเป็นมะเร็งในปอดและถุงลมโป่งพองแล้ว ยังทำให้เกิดหลอดเลือดตีบและโรคหลอดเลือดหัวใจได้ง่าย ซึ่งโรคนี้โดยปกติก็พบบ่อยในผู้ป่วยเบาหวานอยู่แล้ว ฉะนั้นผู้ป่วยเบาหวานจึงไม่ควรสูบบุหรี่อย่างยิ่ง

สมาคมฯได้สมัครเข้าเป็นองค์การสมาชิกของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในปี 2510 และได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์เบาหวานโลก โดยสมาคมโรคเบาหวานของอินเดียและปากีสถานช่วยรับรอง ยังผลให้ได้เข้าเป็นสมาชิกอันดับที่ 36 เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 สมาคมได้มีการติดต่อกับสหพันธ์ด้วยดีตลอดมา ดังจะเห็นได้จาก ศ.นพ. สุนทร ตัณฑนันทน์ อุปนายกของสมาคมโรคเบาหวานได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาของสหพันธ์เบาหวานโลก ซึ่งนับว่าเป็นเกียรติและเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจของชนชาวไทย

     ในอดีตสมาคมฯได้รับอนุญาตให้เปิดเป็นสถานพยาบาลได้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2512 ได้ช่วยตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ให้คำแนะนำเรื่องการควบคุมอาหารเบาหวาน และบางครั้งก็จ่ายยาให้แก่ผู้ป่วยอนาถา โดยมิได้คิดเงิน แต่ในปัจจุบันด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณและกำลังคนจึงไม่ได้ดำเนินการเป็นสถานพยาบาลแล้ว  

     สมาคมฯได้รับพระราชทานพระมหากรุณาให้อยู่ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี  ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2551  เนื่องจากสมาคมฯไม่แสวงหาผลประโยชน์ และไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ได้ดำเนินงานอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมตามวัตถุประสงค์และเพื่อเป็นศิริมงคล รวมถึงเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานด้านโรคเบาหวานของคณะกรรมการ ทางสมาคมฯซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ในปัจจุบัน

     สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ มีอายุครบ 50 ปี  ในเดือนมีนาคม 2559 ซึ่งในปัจจุบันสมาชิกมีทั้งหมด จำนวน 925 คน แบ่งแต่ละประเภทดังนี้

 

1. สมาชิกกิตติมศักดิ์     53  คน

2. สมาชิกสามัญ            3  คน 

3. สมาชิกตลอดชีพ     869  คน     

    3.1 แพทย์                               184  คน

    3.2 พยาบาล                              71  คน

    3.3 บุคลากรทางการแพทย์            28   คน

    3.4 หน่วยงาน                             9   แห่ง

    3.5 ประชาชน                          577  คน

 

แผนงานในอนาคต

     สมาคมโรคเบาหวานฯมีความมุ่งมั่นและยังคงคงเดินหน้าในการให้ความรู้แก่ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ โดยมีแผนการดำเนินงานได้แก่ การจัดประชุม จัดทำวารสารเบาหวาน จัดทำสื่อความรู้เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการป้องกันโรค มีส่วนร่วมและผลักดันการวางแผนนโยบายระดับชาติ ส่งเสริมงานวิจัย และสานต่อความร่วมมือกับองค์กรณ์นานาชาติ  เพื่อลดอัตราการเพิ่มขึ้นของโรคเบาหวาน ส่งเสริมการรักษาโรคให้ได้มาตรฐาน และป้องกันภาวะแทรกซ้อน

 

 

f t g m

ภาคี

 

                       

 

ค้นหา